กว่าจะเป็นนักบินพาณิชย์ : “ใคร ๆ ก็บินได้” จริงหรือ?

ย้อนกลับไปก่อนเข้าสู่เส้นทางนักบินฝึกหัด การสอบคัดเลือกนักเรียนทุนในอดีตมีข้อกำหนดบางอย่างแตกต่างจากปัจจุบัน เช่น อายุและความสามารถด้านภาษาอังกฤษ แต่หลักการทั่วไปคือ ปริญญาตรีสาขาใดก็ได้

เพื่อนร่วมรุ่นของผมจบมาหลากหลายสาขา ตั้งแต่สัตวแพทย์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม นิเทศศาสตร์ ฯลฯ


ขั้นตอนการสอบคัดเลือก (ปี 1992)

การสอบแบ่งเป็น 5 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

  1. สมัครและตรวจคุณสมบัติ
    • ข้อกำหนดสมัยนั้นคือ หากผ่านทุกขั้นตอนแล้ว จะไม่สามารถสมัครสอบใหม่อีกในชีวิตนี้
    • ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ต้องรอ 3–5 ปี ขึ้นอยู่กับขั้นตอนที่ผ่าน
  2. สอบข้อเขียน
    • วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ
    • ปัจจุบันมีการเพิ่ม aptitude test เพื่อวัดความถนัดด้านต่าง ๆ เช่น short-term memory, spatial orientation, multi-tasking
  3. ตรวจร่างกาย
    • ทำที่สถาบันเวชศาสตร์การบิน กองทัพอากาศ
  4. สอบสัมภาษณ์กับกัปตันการบินไทย
    • รอบนี้สำคัญมากสำหรับวัด บุคลิกภาพ ความมั่นใจ และความรู้ทั่วไป
    • ตัวผมเองเคยตอบคำถามกัปตันไม่รู้เรื่องเครื่องบินเลย แต่โชคดีที่สามารถอธิบายสิ่งที่เขียนในใบสมัคร เช่น sense of direction ได้ถูกจุด
  5. Aptitude Test สุดท้าย (สอบ “professor”)
    • ทำกับนักจิตวิทยาจาก Scandinavian Institute of Aviation Psychology (SIAP)
    • การสอบแบ่งเป็น 2 วัน: paper test และสอบตัวต่อตัว
    • รอบนี้วัดทั้ง ความจำ, พื้นฐานพฤติกรรมทางสังคม, spatial orientation, การแก้ไขสถานการณ์กะทันหัน

ประสบการณ์ของผม

ตอนสอบสัมภาษณ์ในขั้นตอนที่ 4 ผมไม่มีความมั่นใจเลย เพราะไม่เคยรู้เรื่องเครื่องบินมาก่อน กัปตันถามเกี่ยวกับเครื่องบิน ผมตอบไม่ถูก แต่โชคดีที่สามารถอธิบายเรื่อง ทิศทางและการอ่านแผนที่ ได้อย่างมั่นใจ ซึ่งตรงกับการวัด Spatial Orientation ของนักบิน

การสอบรอบสุดท้ายถือเป็น ด่านหิน สำหรับทุกคน แต่ผมกลับสนุกมาก เพราะได้เรียนรู้ว่าอาชีพนักบินนั้นมีมิติให้ศึกษามากมาย

จากกว่าพันคนที่สมัคร รอบสุดท้ายมีผู้ผ่านเพียง 14 คน


ใคร ๆ ก็บินได้จริงหรือ?

คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่ใช่ทุกคน
แม้ทุกคนจะมีความฝัน แต่การเป็นนักบินต้องผ่าน การคัดเลือกเข้มข้นหลายชั้น ทั้งด้านร่างกาย ความรู้ ความสามารถเฉพาะด้าน และทัศนคติ

ประสบการณ์และการสอบรอบต่าง ๆ สอนให้รู้ว่า การเป็นนักบินพาณิชย์ไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่ใครก็ทำได้เหมือนกัน

Becoming a Commercial Pilot: Can “Anyone Fly” Really Be True?

Before stepping into pilot training, candidates for the student pilot scholarship faced a rigorous selection process. While the exact requirements have changed over time—such as age limits and English proficiency—the core principle remains: a bachelor’s degree in any field is acceptable.

In my cohort, classmates came from diverse backgrounds: veterinary science, engineering, architecture, communication arts, and more.


The Selection Process (Back in 1992)

The selection process consisted of five main stages:

  1. Application and Eligibility Check
    • At that time, once you completed all stages, you were not allowed to reapply in your lifetime.
    • Today, the rules vary; you may need to wait 3–5 years depending on how far you progressed in the previous attempt.
  2. Written Exam
    • Covered mathematics, science, and English.
    • Modern tests often include aptitude assessments, measuring short-term memory, spatial orientation, and multitasking skills.
  3. Medical Examination
    • Conducted at the Air Force Institute of Aviation Medicine.
  4. Interview with Thai Airways Captains
    • This stage evaluates personality, confidence, and general knowledge.
    • I remember struggling to answer technical questions about aircraft, but I could explain my claim of “sense of direction” in my application, which reflected my ability to read maps and navigate confidently in unfamiliar terrain.
  5. Final Aptitude Test (“Professor Test”)
    • Conducted by psychologists from the Scandinavian Institute of Aviation Psychology (SIAP).
    • Lasted two days: a paper-based test and one-on-one interviews.
    • Assessed memory, social behavior, spatial orientation, stress response, and problem-solving skills.

My Experience

During the fourth stage interview, I felt completely unprepared because I had no prior knowledge of aircraft. But I managed to explain my sense of direction confidently, which aligned with the evaluation of spatial orientation—an essential skill for pilots.

The final “professor” stage was the toughest yet most fascinating part of the process. It revealed how multidimensional a pilot’s role really is, far beyond just flying an airplane.

From over a thousand initial applicants, only 14 candidates successfully made it through to the end.


Can Anyone Really Become a Pilot?

The short answer is no.
While many people dream of flying, becoming a commercial pilot requires passing multiple rigorous assessments of physical ability, knowledge, specific skills, and attitude.

The experience and evaluation at each stage underscore an essential truth: being a commercial pilot is challenging, and not everyone can do it.


Key Takeaways for Aspiring Pilots

  • Solid Foundations Matter: Mathematics, physics, and English form the backbone of aviation knowledge.
  • Continuous Learning is Essential: Aviation rules, technologies, and procedures evolve constantly; a pilot must never stop studying.
  • Discipline and Resilience: The journey is long and demanding, but perseverance shapes a professional pilot.
  • The Right Mindset: A great pilot is measured not by rank or aircraft type but by professionalism, teamwork, and prioritizing safety at all times.

✈️ “Flying is a dream, but becoming a pilot is a journey. It requires preparation, focus, and resilience. Few will reach the cockpit, but every challenge along the way is part of the adventure.”

  • ข่าวด่วน: เครื่องบิน Boeing 737 ขนส่งสินค้าสูญหายจากเรดาร์ ก่อนพบซากในทะเล การสอบสวนยังดำเนินต่อ

    เกิดเหตุเครื่องบินขนส่งสินค้าแบบ Boeing 737 สูญหายจากจอเรดาร์ระหว่างปฏิบัติการบิน เมื่อไม่นานที่ผ่านมา โดยหลังจากปฏิบัติการค้นหา เจ้าหน้าที่ได้ยืนยันการพบซากเครื่องบินในทะเล และได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุ ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า ก่อนการขาดการติดต่อ นักบินได้รายงานปัญหาบางประการเกี่ยวกับระบบของอากาศยาน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันว่าเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุ การสอบสวนจะอาศัยข้อมูลจากหลายแหล่ง ได้แก่ ในอุตสาหกรรมการบิน การหาสาเหตุของอุบัติเหตุเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยหลักฐานทางวิศวกรรม ข้อมูลการบิน และการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ดังนั้น จึงไม่ควรรีบสรุปสาเหตุจากข้อมูลเบื้องต้นเพียงบางส่วน ขอแสดงความเสียใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ และขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวของผู้ประสบเหตุ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่กำลังปฏิบัติภารกิจค้นหาและสอบสวน บทความนี้จัดทำขึ้นจากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ณ วันที่เผยแพร่ และอาจมีการปรับปรุงเพิ่มเติมเมื่อหน่วยงานสอบสวนเผยแพร่ข้อมูลอย่างเป็นทางการ Share on FacebookPost on XFollow usSave

  • วิเคราะห์ประกาศ CAAT เรื่องการควบคุมการรับฝากหรือรับขนสิ่งของโดยสมาชิกลูกเรือ:

    วิเคราะห์ประกาศ CAAT เรื่องการควบคุมการรับฝากหรือรับขนสิ่งของโดยสมาชิกลูกเรือ:

    วิเคราะห์ประกาศ CAAT เรื่องการควบคุมการรับฝากหรือรับขนสิ่งของโดยสมาชิกลูกเรือ: จากการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance) สู่การบริหารความเสี่ยงเชิงระบบ (Systemic Risk Management) By Capt. Sopon Insights “A Professional Perspective on Aviation Governance, Safety Culture, and Emerging Systemic Risks” การที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกประกาศเรื่อง “มาตรการควบคุมการรับฝากหรือรับขนสิ่งของโดยสมาชิกลูกเรือของผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ พ.ศ. 2569” นับเป็นพัฒนาการที่สำคัญของระบบกำกับดูแลการบินพลเรือนของประเทศไทย และสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการยกระดับการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรการบินในยุคที่ภัยคุกคามมีความซับซ้อนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในมุมมองของการบริหารความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัยการบิน และการกำกับดูแลเชิงระบบ อาจกล่าวได้ว่า ประกาศฉบับนี้ไม่ได้สร้างหลักการใหม่ขึ้นมา แต่เป็นการทำให้ความคาดหวังและข้อกำหนดที่มีอยู่แล้วในมาตรฐานสากลมีความชัดเจน เป็นรูปธรรม และสามารถบังคับใช้ได้ในระดับองค์กรและระดับกำกับดูแลมากขึ้น สิ่งที่ “มีอยู่แล้ว” ในมาตรฐานการบินสากล ในความเป็นจริง ความเสี่ยงจากการรับฝากหรือรับขนสิ่งของของบุคคลอื่นโดยสมาชิกลูกเรือ เป็นประเด็นที่ครอบคลุมอยู่ภายใต้กรอบการกำกับดูแลระหว่างประเทศมาเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็น กล่าวอีกนัยหนึ่ง สายการบินควรมีมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงเหล่านี้อยู่แล้ว แม้จะไม่มีประกาศฉบับนี้ก็ตาม สิ่งที่ CAAT กำลังทำจริง…

  • Jet Lag – อาการล้าจากการเดินทาง

    Jet Lag – อาการล้าจากการเดินทาง

    Jet Lag ไม่ใช่แค่ “ความเหนื่อยจากการบิน” หลายคนเข้าใจว่า Jet Lag คืออาการเหนื่อยล้าจากการนั่งเครื่องบินเป็นเวลานาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว Jet Lag เป็นภาวะที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก Jet Lag คือภาวะที่นาฬิกาชีวิตของร่างกาย หรือ Circadian Rhythm ยังทำงานตามเวลาเดิมของสถานที่ต้นทาง ในขณะที่เวลาท้องถิ่นของสถานที่ปลายทางได้เปลี่ยนไปแล้ว ทำให้ร่างกายและสมองไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ภาวะนี้มักเกิดขึ้นเมื่อมีการเดินทางข้ามเขตเวลาตั้งแต่ 2 เขตเวลาขึ้นไป โดยเฉพาะการเดินทางระยะไกลระหว่างทวีป ทำไมร่างกายจึงเกิด Jet Lag? ร่างกายของมนุษย์มี “นาฬิกาชีวภาพ” ที่ควบคุมการทำงานหลายอย่าง เช่น เมื่อเราเดินทางด้วยเครื่องบินความเร็วสูงข้ามหลายเขตเวลา ร่างกายไม่สามารถปรับนาฬิกาชีวภาพได้ทันที แม้ว่าเราจะเดินทางถึงปลายทางแล้ว แต่สมองยังคง “คิด” ว่าเราอยู่ในเขตเวลาเดิม ตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปลอนดอน ซึ่งมีเวลาต่างกันประมาณ 6 ชั่วโมง เมื่อเวลา 22:00 น. ในลอนดอน ร่างกายของคุณอาจยังรับรู้ว่าเป็นเวลา 04:00 น. ของกรุงเทพฯ ส่งผลให้รู้สึกง่วงหรือไม่ง่วงในเวลาที่ไม่เหมาะสม อาการของ Jet…

  • เมื่อ “การรับหิ้วของ” กลายเป็นความเสี่ยงเชิงระบบ:

    เมื่อ “การรับหิ้วของ” กลายเป็นความเสี่ยงเชิงระบบ:

    การวิเคราะห์ในมุมมอง Safety Management, Security Culture และ Organizational Governance ในอุตสาหกรรมการบิน โดย Capt. Sopon Insights บทนำ เหตุการณ์ที่บุคลากรสายการบิน โดยเฉพาะลูกเรือหรือพนักงานปฏิบัติการบิน รับขนหรือรับฝากสิ่งของให้บุคคลอื่นเพื่อนำไปส่งยังต่างประเทศเพื่อแลกกับค่าตอบแทน ไม่ใช่เพียงประเด็นด้านวินัยหรือการกระทำผิดส่วนบุคคลเท่านั้น หากแต่เป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของระบบบริหารความปลอดภัย ความมั่นคง และการกำกับดูแลภายในองค์กรการบินสมัยใหม่ แม้ว่าผู้ปฏิบัติงานอาจไม่มีเจตนากระทำผิดหรืออาจไม่ทราบว่าสิ่งของดังกล่าวเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่เมื่อพิจารณาในมุมของการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร (Enterprise Risk Management) การกระทำดังกล่าวถือเป็นการสร้างความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อบุคคล องค์กร อุตสาหกรรม และภาพลักษณ์ของประเทศได้พร้อมกัน บทความนี้จึงมุ่งวิเคราะห์ประเด็นดังกล่าวผ่านกรอบแนวคิดของ Safety Management System (SMS), Security Management, Human Factors และ Organizational Culture 1. การรับหิ้วของ: จากพฤติกรรมส่วนบุคคลสู่ System Hazard ในมุมมองทั่วไป การรับฝากสิ่งของอาจเป็นเพียงการช่วยเหลือหรือการสร้างรายได้เสริม แต่ในมุมมองของระบบบริหารความปลอดภัย การกระทำดังกล่าวควรถูกพิจารณาว่าเป็น “Hazard” ICAO กำหนดให้ Hazard…

  • เปรียบเทียบการออกแบบห้องโดยสารของเครื่องบินโดยสารลำตัวกว้างแห่งยุคใหม่

    เปรียบเทียบการออกแบบห้องโดยสารของเครื่องบินโดยสารลำตัวกว้างแห่งยุคใหม่

    Boeing 787 Dreamliner vs Airbus A350: เปรียบเทียบการออกแบบห้องโดยสารของเครื่องบินโดยสารลำตัวกว้างแห่งยุคใหม่ ในโลกของการบินพาณิชย์ระยะไกล หากพูดถึงเครื่องบินโดยสารที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน ชื่อของ Boeing 787 Dreamliner และ Airbus A350 XWB ย่อมเป็นสองรุ่นที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด ทั้งสองรุ่นได้รับการออกแบบโดยใช้เทคโนโลยีวัสดุคอมโพสิตขั้นสูง ระบบอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ และแนวคิดการออกแบบที่มุ่งเน้นทั้งประสิทธิภาพการปฏิบัติการและความสะดวกสบายของผู้โดยสาร แม้ว่าทั้ง Boeing 787 และ Airbus A350 จะมีวัตถุประสงค์คล้ายคลึงกัน แต่ทั้งสองลำมีแนวคิดในการออกแบบห้องโดยสารที่แตกต่างกันในหลายประเด็น ขนาดและความจุ Boeing 787 ถูกออกแบบมาให้เป็นเครื่องบินขนาดกลางถึงใหญ่สำหรับการบินระยะไกล โดยสามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 242–335 คน ในการจัดที่นั่งแบบสามชั้นโดยสาร ในขณะที่ Airbus A350 มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย และรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 270–350 คน ในรูปแบบการจัดที่นั่งเดียวกัน ทำให้สายการบินสามารถเพิ่มรายได้จากจำนวนที่นั่งที่มากขึ้น ความกว้างของห้องโดยสาร หนึ่งในจุดเด่นของ Airbus A350 คือ ห้องโดยสารที่กว้างกว่า โดยมีความกว้างประมาณ 5.61 เมตร…

  • สิ่งที่ผู้โดยสารทำแล้วเสี่ยงต่อความปลอดภัยในการบิน

    สิ่งที่ผู้โดยสารทำแล้วเสี่ยงต่อความปลอดภัยในการบิน

    หลายคนอาจคิดว่าความปลอดภัยของเที่ยวบินเป็นหน้าที่ของนักบิน วิศวกร หรือเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศเท่านั้น ความจริงแล้ว ผู้โดยสารทุกคนก็มีส่วนสำคัญต่อความปลอดภัยของเที่ยวบินเช่นกัน แม้ว่าพฤติกรรมบางอย่างอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในบางสถานการณ์อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของตนเอง ผู้โดยสารคนอื่น หรือแม้แต่การปฏิบัติงานของลูกเรือได้ 1. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยขณะนั่งอยู่ที่ที่นั่ง หลายคนจะคาดเข็มขัดเฉพาะช่วงเครื่องขึ้นและลงจอดเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง การสั่นสะเทือนของอากาศ (Turbulence) สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด แม้ในวันที่ท้องฟ้าดูปลอดโปร่ง มีผู้โดยสารจำนวนไม่น้อยที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกเหวี่ยงกระแทกเพดานห้องโดยสารเพราะไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย ดังนั้น เมื่ออยู่ที่ที่นั่ง ควรคาดเข็มขัดนิรภัยไว้หลวม ๆ ตลอดเวลา 2. เปิดช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะทันทีหลังเครื่องจอด หลายคนรีบลุกขึ้นและเปิดช่องเก็บสัมภาระทันทีที่เครื่องบินแตะพื้นหรือหยุดที่หลุมจอด อย่างไรก็ตาม สัมภาระภายในอาจเคลื่อนตัวระหว่างการบินและอาจหล่นใส่ผู้โดยสารจนได้รับบาดเจ็บได้ ควรรอจนเครื่องหยุดนิ่งและมีความปลอดภัยก่อนเปิดช่องเก็บสัมภาระ 3. ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของลูกเรือ ลูกเรือไม่ได้มีหน้าที่เพียงให้บริการอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น หน้าที่สำคัญที่สุดคือการดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสาร เมื่อมีการแจ้งให้คาดเข็มขัด ปรับพนักพิง เก็บโต๊ะอาหาร หรือปิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในบางช่วงเวลา คำแนะนำเหล่านี้มีเหตุผลด้านความปลอดภัยรองรับเสมอ การไม่ปฏิบัติตามอาจเพิ่มความเสี่ยงในกรณีฉุกเฉิน 4. วางสัมภาระกีดขวางทางเดินหรือทางออกฉุกเฉิน ทางเดินภายในห้องโดยสารและทางออกฉุกเฉินถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถอพยพผู้โดยสารได้อย่างรวดเร็ว สัมภาระที่วางกีดขวางอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญหากเกิดเหตุฉุกเฉินที่ต้องอพยพออกจากเครื่องบินภายในเวลาอันสั้น 5. สูบบุหรี่หรือแอบใช้บุหรี่ไฟฟ้าในห้องน้ำ แม้ในปัจจุบันจะยังพบผู้โดยสารบางรายที่พยายามแอบสูบบุหรี่หรือใช้บุหรี่ไฟฟ้าบนเครื่องบิน การกระทำดังกล่าวไม่เพียงผิดกฎหมายและผิดข้อบังคับของสายการบินเท่านั้น แต่ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายจากไฟไหม้ได้ ด้วยเหตุนี้ ห้องน้ำบนเครื่องบินจึงมีระบบตรวจจับควันและมีมาตรการป้องกันอัคคีภัยโดยเฉพาะ 6. พกหรือใช้งานแบตเตอรี่ลิเธียมอย่างไม่ถูกต้อง แบตเตอรี่ลิเธียมที่ใช้ในโทรศัพท์มือถือ พาวเวอร์แบงก์ กล้องถ่ายรูป…

  • สุขภาพจิตกับความปลอดภัยในการบิน

    สุขภาพจิตกับความปลอดภัยในการบิน

    ทำไมจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับนักบิน? เมื่อพูดถึงความปลอดภัยในการบิน คนส่วนใหญ่มักนึกถึงเครื่องบินที่ทันสมัย เทคโนโลยีที่ซับซ้อน หรือทักษะการบินของนักบิน แต่ในความเป็นจริงแล้ว “สุขภาพจิต” ของผู้ปฏิบัติหน้าที่การบินก็เป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้กัน นักบินต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความรับผิดชอบสูง ต้องตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัดของเวลา จัดการกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด และทำงานร่วมกับบุคลากรจำนวนมากในระบบการบิน ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับการประเมินสุขภาพจิตควบคู่ไปกับสุขภาพร่างกายเสมอ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรเข้าใจคือ การมีประวัติการรักษาทางจิตเวช ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นจะไม่สามารถเป็นนักบินได้เสมอไป การพิจารณาจะขึ้นอยู่กับการประเมินโดยแพทย์เวชศาสตร์การบิน ซึ่งจะพิจารณาจากความรุนแรงของอาการ ความสามารถในการควบคุมอาการ ผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อความปลอดภัยในการบิน อินโฟกราฟิกนี้นำเสนอเพียงตัวอย่างของภาวะสุขภาพจิตบางประเภทที่อาจส่งผลต่อการพิจารณาออกหรือคงไว้ซึ่งใบรับรองแพทย์การบิน หากยังมีอาการหรือไม่สามารถควบคุมอาการได้อย่างเหมาะสม ได้แก่ 1. โรคจิต (Psychotic Disorders) เป็นภาวะที่อาจส่งผลต่อกระบวนการคิด การรับรู้ และการแยกแยะความเป็นจริง ซึ่งอาจกระทบต่อการตัดสินใจและการรับรู้สถานการณ์ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ 2. ภาวะหลงผิดหรือประสาทหลอน การเชื่อในสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง หรือการรับรู้สิ่งที่ไม่มีอยู่จริง อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการประเมินสถานการณ์และการตัดสินใจด้านความปลอดภัย 3. โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar Disorder) หากยังมีอาการอยู่ อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และพฤติกรรมอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจกระทบต่อความสม่ำเสมอในการปฏิบัติหน้าที่ 4. ภาวะซึมเศร้ารุนแรง ภาวะซึมเศร้าที่รุนแรงอาจส่งผลต่อสมาธิ ความสามารถในการตัดสินใจ ระดับพลังงาน และประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความพร้อมสูงตลอดเวลา 5. บุคลิกภาพที่มีความก้าวร้าวรุนแรง…

  • คนที่กลัวความสูง เป็นนักบินได้ไหม

    คนที่กลัวความสูง เป็นนักบินได้ไหม

    หลายคนคิดว่า นักบินต้องไม่กลัวความสูง จริง ๆ แล้ว ไม่เสมอไปครับ เพราะนักบินแทบไม่ได้มองลงจากที่สูงแบบคนยืนบนตึก ในห้องนักบิน คุณนั่งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มั่นคง มีโครงสร้างของเครื่องบินล้อมรอบ และโฟกัสกับการควบคุมเครื่องบิน คนจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกไม่สบายใจเมื่อยืนบนที่สูง (Acrophobia) ก็ยังสามารถบินได้ หากอาการไม่รุนแรงและไม่ส่งผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ แต่ถ้ามีอาการกลัวจนตื่นตระหนก ใจสั่น มือสั่น เหงื่อออกท่วมตัว สูญเสียการควบคุม หรือทำให้การตัดสินใจบกพร่อง นั่นย่อมไม่เหมาะกับการเป็นนักบิน Share on FacebookPost on XFollow usSave

  • ลักษณะของคนแบบไหนที่ไม่เหมาะจะเป็นนักบินพาณิชย์

    ลักษณะของคนแบบไหนที่ไม่เหมาะจะเป็นนักบินพาณิชย์

    ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่า จากประสบการณ์ที่ผมเคยเป็นกรรมการการสอบสัมภาษณ์เพื่อรับนักบินเข้าทำงานมาหลายบริษัทครับ  ผมเคยรับการอบรมด้านวิธีการคัดเลือกนักบินจากบริษัทการบินไทย ซึ่งเป็นทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Scandinavian Institue of Aviation Psychology ตอนนั้นได้รับมอบหมายให้เข้ารับการอบรมเพื่อเป็นทีมผู้คัดเลือกนักบินเข้าบริษัท การบินไทย ทั้งในแบบ Student Pilots คือ นักบินที่จะได้รับทุนจากการบินไทยให้ไปเรียนที่โรงเรียนการบิน และแบบที่เป็นนักบินมาแล้วเรียกว่า Qualified Pilot ซึ่งมีใบอนุญาตินักบินพาณิชย์ตรีหรือ CPL  การอบรม Pilot Selection Committee และ Interview Preparation for Pilot Committee 2010 เป็นการแนะนำวิธีในการคัดออก พูดไม่ผิดครับ การคัดออก เพื่อ screen คนที่มีแววให้ได้ผ่านเข้าไปในรอบสุดท้ายที่เรียกว่า appitude test สรุปประเด็นหลัก ๆ คือ การดูว่าผู้สมัครลักษณะอย่างไรที่ควรคัดออก ในรอบการสอบสัมภาษณ์กับกัปตันของการบินไทย คนที่ผ่านเกณฑ์ ไม่ถูกคัดออก ก็จะได้ผ่านเข้ารอบถัดไป ข้อมูลทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัว จากประสบการณ์ตรงครับ เชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ และผมไม่มีเจตนากล่าวร้าย กล่าวโทษ หรือให้คุณให้โทษใครทั้งสิ้นครับ แต่จะนำเสนอเพื่อให้เป็นแนวทางให้กับคนที่สนใจที่จะเป็นนักบิน…

  • Hard Landing คืออะไร?

    Hard Landing คืออะไร?

    เมื่อล้อกระแทกรันเวย์แรงกว่าปกติ เกิดอะไรขึ้นกับเครื่องบิน? หลายคนเคยนั่งเครื่องบินแล้วรู้สึกว่า “โอ้โห…ลงแรงมาก” บางคนถึงกับคิดว่า “เครื่องบินจะพังไหม?” หรือ “นักบินลงผิดพลาดหรือเปล่า?” ความจริงแล้ว… Hard Landing ไม่ได้หมายความว่าเครื่องบินกำลังจะเกิดอุบัติเหตุเสมอไป แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่สามารถละเลยได้เช่นกัน Hard Landing คืออะไร Hard Landing คือ การลงจอดที่มีอัตราการยุบตัวในแนวดิ่ง (Vertical Rate of Descent) สูงกว่าปกติ ทำให้แรงกระแทกที่ส่งผ่านล้อและชุด Landing Gear สูงกว่าการลงจอดทั่วไป กล่าวง่าย ๆ คือ เครื่องบินสัมผัสพื้นด้วยแรงมากกว่าที่ควร สิ่งที่นักบินรู้สึกคือ เครื่องบินถูกออกแบบให้รับแรงกระแทกได้หรือไม่? แน่นอนครับ วิศวกรออกแบบ Landing Gear ให้รับแรงกระแทกไว้แล้ว Landing Gear ทำหน้าที่คล้าย โช้คอัพของรถยนต์ โดยใช้ เพื่อดูดซับพลังงานมหาศาลในขณะ Touchdown ดังนั้น การลงแรงเล็กน้อย ไม่ได้หมายความว่าเครื่องบินเสียหายทันที แล้วเมื่อไรจึงเรียกว่า Hard Landing? ผู้โดยสารมักใช้ความรู้สึก แต่นักบินใช้ข้อมูล…

Leave a Comment