เวียตนามแอร์ไลน์ B787 Late rotation, tail strike, overran

สายการบิน Vietnam Airlines ใช้เครื่องบิน Boeing 787-9 ทะเบียน VN-A867 ปฏิบัติการเที่ยวบิน VN-34 จากเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ไปยังกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ขณะเครื่องบินกำลังวิ่งขึ้นจาก รันเวย์ 26L ของสนามบินมิวนิก เครื่องบินมีการ Rotate ช้ากว่าปกติอย่างมาก และเมื่อเครื่องบินยกตัวขึ้นจากพื้น ได้เกิดกลุ่มฝุ่นและเศษดินจำนวนมากฟุ้งกระจายขึ้นมา โดยคาดว่า ส่วนหางของเครื่องบิน (tail) ได้กระแทกกับพื้นรันเวย์ (tail strike) หลังจากนั้นเครื่องบินไต่ระดับขึ้นไปที่ FL100 (Flight Level 100 หรือประมาณ 10,000 ฟุต) ก่อนที่ลูกเรือจะแจ้งว่าพบ ข้อบ่งชี้เกี่ยวกับแรงดันลมยาง (tyre pressure indication) และจำเป็นต้อง Dump Fuel หรือระบายน้ำมันเชื้อเพลิงทิ้ง เพื่อลดน้ำหนักเครื่องบินก่อนลงจอด ประมาณ 90 นาทีหลังออกเดินทาง เครื่องบินได้ทำ Low Approach เหนือรันเวย์ 26R …

หน้าปก รอบรู้เรื่องการบิน

“รอบรู้เรื่องการบิน” หนังสือเล่มใหม่จาก InsightFlying by Capt.Sopon P.

การบิน เป็นอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยองค์ความรู้ มาตรฐาน และคำศัพท์เฉพาะจำนวนมาก ผู้ที่มีพื้นฐานที่ดี ย่อมเรียนรู้ได้เร็ว ทำงานได้มั่นใจ และก้าวหน้าได้ไกลกว่า กว่า หนึ่งพันหน้า ของเรื่องราวเกี่ยวกับการบิน เรียบเรียง สี่แสนห้าหมื่นตัวอักษร ที่ร้อยเรื่องราวการบินให้ครบถ้วน สำหรับทุกคนที่ต้องการรู้รอบ และรอบรู้ในการบิน “รอบรู้เรื่องการบิน” คือหนังสือที่รวบรวมความรู้สำคัญของโลกการบินไว้ในเล่มเดียว อธิบายเรื่องที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย เชื่อมโยงตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงภาพรวมของอุตสาหกรรม ถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรงของนักบินสายการบินที่อยู่ในวงการมากกว่า 30 ปี กว่า หนึ่งพันหน้า ของเรื่องราวเกี่ยวกับการบิน สี่แสนห้าหมื่นตัวอักษร ที่ร้อยเรื่องราวการบินให้ครบถ้วน สำหรับทุกคนที่ต้องการรู้รอบ และรอบรู้ในการบิน หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อ “อ่านจบ” แต่มีไว้เพื่อเป็น เข็มทิศนำทาง ในการเรียนรู้และการทำงาน รู้มากกว่า เพื่อมองเห็นภาพรวมของการบินคิดได้มากกว่า เพราะเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังทุกระบบได้เปรียบกว่า ด้วยพื้นฐานที่แข็งแรงตั้งแต่วันแรกประหยัดเวลา เพราะเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านการกลั่นกรองแล้วสร้างพื้นฐานที่ดี เพื่อก้าวหน้าในสายอาชีพได้รวดเร็วและมั่นคง เพราะความสำเร็จในอุตสาหกรรมการบิน…เริ่มต้นจากความเข้าใจที่ถูกต้อง ซื้อได้แล้ววันนี้ที่ MebMarket และ นายอินทร์

เครื่องบินสองลำบินสวนกันที่ 36000 ฟุต ได้ยังไง เกือบชน

เมื่อเครื่องบินสองลำบินสวนกันอยู่ที่ FL360 บนเส้นทางเดียวกัน

TCAS ช่วยป้องกันการชนกันเหนือมหาสมุทรแอตแลนติก เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2026 เกิดเหตุการณ์ที่น่าสนใจในห้วงอากาศมหาสมุทรแอตแลนติก ภายในเขตควบคุมของ Canary Islands FIR/UIR ประเทศสเปน เครื่องบินโดยสารสองลำจากสองสายการบิน กำลังบินอยู่บน Airway N857 ซึ่งเป็นเส้นทางบินหลักที่เชื่อมยุโรปกับอเมริกาใต้ ลำหนึ่งกำลังมุ่งหน้าไปทางเหนือ อีกลำกำลังบินสวนลงใต้ และที่สำคัญ… ทั้งสองลำได้รับอนุญาตให้บินที่ระดับ FL360 เหมือนกัน นั่นหมายความว่า หากไม่มีระบบป้องกันเพิ่มเติม ทั้งสองลำอาจเข้าใกล้กันจนเกิดอันตรายได้ เครื่องบินทั้งสองลำ Iberia Flight IB140 กำลังบินขึ้นเหนือที่ FL360 ขณะเดียวกัน Air Europa Flight UX57 กำลังบินลงใต้ ทั้งสองลำอยู่บน Airway N857 เดียวกัน เวลา 01:23 UTC ระบบ TCAS (Traffic Collision Avoidance System) ของทั้งสองเครื่องเริ่มตรวจพบว่า ระยะห่างกำลังลดลงจนมีความเสี่ยงต่อการชนกัน ระบบจึงเริ่มทำงานตามลำดับ ขั้นแรก …

ป้องกันไม่ให้เครื่องบินชนกันได้อย่างไร

ทำไมเครื่องบินจึงไม่บินชนกัน?

เบื้องหลัง “7 ชั้นของความปลอดภัย” ที่ปกป้องทุกเที่ยวบินบนท้องฟ้า หากคุณเคยนั่งเครื่องบินแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง คุณอาจเคยเห็นเครื่องบินอีกลำบินอยู่ไกล ๆ บนท้องฟ้า และอาจเกิดคำถามขึ้นในใจว่า “บนท้องฟ้ามีเครื่องบินมากมายขนาดนี้ แล้วทำไมมันถึงไม่ชนกัน?” คำถามนี้เป็นคำถามที่ผู้โดยสารจำนวนมากสงสัย และเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนประหลาดใจเมื่อทราบว่า ในแต่ละวันมีเที่ยวบินพาณิชย์มากกว่า 100,000 เที่ยวบิน เดินทางอยู่ทั่วโลก พร้อมกับเครื่องบินของกองทัพ เครื่องบินธุรกิจ เครื่องบินฝึกบิน และอากาศยานอีกหลายประเภทที่ใช้ห้วงอากาศเดียวกัน แม้ว่าปริมาณการจราจรทางอากาศจะหนาแน่นมาก แต่เหตุการณ์เครื่องบินชนกันกลางอากาศกลับเกิดขึ้นน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนเที่ยวบินทั้งหมด หลายคนอาจคิดว่าคำตอบคือ “เพราะนักบินเก่ง” หรือ “เพราะหอบังคับการบินคอยควบคุม” แม้ว่าทั้งสองปัจจัยจะมีความสำคัญ แต่ในความเป็นจริง ความปลอดภัยของการบินไม่ได้ขึ้นอยู่กับบุคคลหรือระบบใดระบบหนึ่ง หากแต่เกิดจากการออกแบบ ระบบป้องกันหลายชั้น (Layers of Safety) ซึ่งทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเครื่องบินจะออกเดินทาง จนกระทั่งลงจอดที่ปลายทาง แนวคิดนี้เป็นหัวใจสำคัญของการบริหารความปลอดภัยในการบิน และเป็นเหตุผลที่ทำให้การเดินทางทางอากาศได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุดในโลก ชั้นที่ 1 การวางแผนการบิน (Flight Planning) ความปลอดภัยเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนเครื่องยนต์จะติด ก่อนออกเดินทาง นักบินหรือพนักงานอำนวยการบิน (Flight Dispatcher) จะจัดทำแผนการบิน (Flight Plan) ซึ่งระบุรายละเอียดสำคัญ เช่น แผนการบินนี้จะถูกส่งให้หน่วยควบคุมการจราจรทางอากาศตรวจสอบ …

Rapid decompression

Rapid Decompression: ทุกสิ่งที่ผู้โดยสารควรรู้

เมื่อความดันในห้องโดยสารหายไปในเวลาไม่กี่วินาที จะเกิดอะไรขึ้น? ทุกครั้งที่เราเดินขึ้นเครื่องบิน เรากำลังก้าวเข้าสู่สภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง เมื่อเครื่องบินบินอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 35,000–40,000 ฟุตอากาศภายนอกเบาบางมากความดันบรรยากาศเหลือเพียงประมาณหนึ่งในสี่ของระดับน้ำทะเล มนุษย์ไม่สามารถหายใจอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนั้นได้ นั่นคือเหตุผลที่เครื่องบินโดยสารทุกลำต้องมี ระบบปรับความดันห้องโดยสาร (Cabin Pressurization System) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่มนุษย์สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย แต่หากวันหนึ่งระบบนี้สูญเสียความดันอย่างรวดเร็วหรือเกิดรูรั่วขนาดใหญ่บนลำตัวเครื่องบิน สิ่งที่เรียกว่า Rapid Decompressionก็จะเกิดขึ้น Rapid Decompression คืออะไร? Rapid Decompression คือ การที่ความดันภายในห้องโดยสารลดลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที อากาศภายในห้องโดยสารจะพุ่งออกสู่ภายนอกผ่านช่องเปิดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความดันภายในเครื่องสูงกว่าภายนอกมาก การไหลของอากาศนี้เกิดจากกฎพื้นฐานของฟิสิกส์ อากาศจะไหลจากบริเวณที่มีความดันสูงไปยังบริเวณที่มีความดันต่ำเสมอ ทำไมเครื่องบินต้องอัดความดัน? แม้เครื่องบินจะบินที่ระดับ 38,000 ฟุต แต่ผู้โดยสารภายในห้องโดยสารจะรู้สึกเหมือนอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 6,000–8,000 ฟุต ซึ่งเป็นระดับที่ร่างกายมนุษย์ส่วนใหญ่ยังสามารถหายใจได้ตามปกติ หากไม่มีระบบนี้ ผู้โดยสารจะหมดสติภายในเวลาอันสั้น สาเหตุของ Rapid Decompression Rapid Decompression อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น แม้เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้แต่ถือว่าพบได้น้อยมากเนื่องจากเครื่องบินพาณิชย์ได้รับการออกแบบ ตรวจสอบ และบำรุงรักษาภายใต้มาตรฐานด้านความปลอดภัยที่เข้มงวด ผู้โดยสารจะรู้สึกอย่างไร? หลายคนจินตนาการว่า ทุกคนจะถูกดูดออกจากเครื่องทันที แต่ความเป็นจริงแตกต่างออกไป สิ่งแรกที่ผู้โดยสารมักสัมผัสคือ หมอกสีขาวที่เห็น …

Safety Management System in Aviation

เมื่อชิ้นส่วนเครื่องยนต์พุ่งชนหน้าต่างห้องโดยสาร

ENGLISH version click here ผู้โดยสารเกือบถูกดูดออกจากเครื่องบิน… เกิดอะไรขึ้นกันแน่? เหตุการณ์ที่สร้างความตกใจให้กับผู้โดยสารและผู้ที่ติดตามข่าวการบินทั่วโลก คือกรณีที่เครื่องบินของสายการบิน Ryanair ต้องลงจอดฉุกเฉิน หลังเกิดเหตุชิ้นส่วนจากบริเวณเครื่องยนต์พุ่งชนลำตัวเครื่องบิน จนทำให้หน้าต่างห้องโดยสารได้รับความเสียหาย และเกิดการลดความดันภายในห้องโดยสารอย่างรวดเร็ว (Rapid Depressurization) มีรายงานว่า ผู้โดยสารที่นั่งติดกับหน้าต่างได้รับผลกระทบจากแรงดันอากาศอย่างรุนแรง ร่างกายถูกดึงเข้าหาช่องเปิดของหน้าต่าง ก่อนที่ผู้โดยสารคนอื่น ๆ และลูกเรือจะช่วยกันดึงกลับเข้ามาภายในห้องโดยสารได้อย่างปลอดภัย แม้ว่าข่าวหลายสำนักจะใช้คำว่า “เกือบถูกดูดออกจากเครื่องบิน” แต่ในทางวิศวกรรมการบิน สิ่งที่เกิดขึ้นมีรายละเอียดที่น่าสนใจมากกว่านั้น ความจริงแล้ว ผู้โดยสารถูก “ดูด” ออกไปหรือไม่? คำว่า “ถูกดูดออกจากเครื่องบิน” เป็นคำอธิบายที่เข้าใจง่ายสำหรับคนทั่วไป แต่ในทางฟิสิกส์ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความแตกต่างของความดันอากาศ (Pressure Differential) ระหว่างทำการบินที่ระดับความสูงประมาณ 35,000–40,000 ฟุต เมื่อหน้าต่างได้รับความเสียหายจนเกิดช่องเปิดขนาดใหญ่ อากาศภายในห้องโดยสารจะไหลออกสู่ภายนอกอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ความดันทั้งสองด้านเข้าสู่สมดุล แรงลมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้เอง ที่สามารถดึงสิ่งของหรือแม้แต่ร่างกายของผู้โดยสารที่อยู่ใกล้ช่องเปิดให้เคลื่อนเข้าหาหน้าต่างได้ ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ “สูญญากาศดูด” แต่เป็น การไหลของอากาศจากบริเวณที่มีความดันสูงไปยังบริเวณที่มีความดันต่ำ Rapid Depressurization คืออะไร? …

ทำไมรถดับเพลิงสนามบินจึงเป็นสีเหลือง ไม่ใช่สีแดง?

หากคุณเคยสังเกตเห็นรถดับเพลิงในเมือง ส่วนใหญ่มักเป็นสีแดง แต่เมื่อมองไปที่รถดับเพลิงสนามบิน หลายคนอาจแปลกใจว่าทำไมรถเหล่านี้จึงมักเป็นสีเหลือง สีเขียวเหลือง หรือสีเหลืองสะท้อนแสง แทนที่จะเป็นสีแดงแบบที่คุ้นเคย คำตอบไม่ได้เกี่ยวกับความสวยงาม แต่เกี่ยวข้องกับ “ความปลอดภัย” โดยตรง รถดับเพลิงสนามบินต้องถูกมองเห็นได้เร็วที่สุด ในสถานการณ์ฉุกเฉิน รถดับเพลิงสนามบิน (Aircraft Rescue and Fire Fighting : ARFF) ต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง บางคันสามารถวิ่งได้มากกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งบนทางวิ่ง (Runway) ทางขับ (Taxiway) และพื้นที่ปฏิบัติการอื่น ๆ ของสนามบิน สิ่งสำคัญคือ เจ้าหน้าที่ นักบิน คนขับรถภาคพื้น และผู้ปฏิบัติงานทุกคน ต้องสามารถมองเห็นรถเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด งานวิจัยพบว่าสีเหลืองมองเห็นได้ดีกว่า ในอดีตรถดับเพลิงจำนวนมากทั่วโลกใช้สีแดง แต่การศึกษาด้าน Human Factors และ Visual Perception พบว่า สีเหลืองสะท้อนแสง (Lime Yellow หรือ Fluorescent Yellow-Green) สามารถมองเห็นได้ชัดกว่าสีแดงในหลายสภาวะ เช่น …

การฝึกซ้อมเหตุฉุกเฉินของสนามบิน

สนามบินมีการซ้อมเครื่องบินตกจริง ๆ หรือไม่ และซ้อมกันบ่อยแค่ไหน?

หากวันหนึ่งคุณเห็นรถดับเพลิง รถพยาบาล เจ้าหน้าที่กู้ภัย และคนจำนวนมากวิ่งวุ่นอยู่บริเวณสนามบิน อย่าเพิ่งตกใจ เพราะสิ่งที่คุณเห็นอาจเป็นเพียง “การซ้อมแผนฉุกเฉิน” เท่านั้น หลายคนไม่ทราบว่า สนามบินทั่วโลกมีข้อกำหนดให้ต้องเตรียมพร้อมรับมือเหตุอากาศยานอุบัติเหตุอยู่ตลอดเวลา และต้องมีการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ การซ้อมเครื่องบินตกมีอยู่จริง ICAO กำหนดให้สนามบินที่ให้บริการการบินพาณิชย์ต้องมี Airport Emergency Plan (AEP) หรือแผนฉุกเฉินของสนามบิน แผนดังกล่าวครอบคลุมเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น ✈️ เครื่องบินตกภายในสนามบิน ✈️ เครื่องบินตกนอกเขตสนามบิน ✈️ เครื่องบินไฟไหม้ ✈️ เครื่องบินไถลออกนอกทางวิ่ง ✈️ เหตุวินาศกรรมหรือการก่อความไม่สงบ ✈️ เหตุสารอันตรายรั่วไหล แต่การมีแผนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ทุกหน่วยงานต้องซ้อมร่วมกันเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถปฏิบัติงานได้จริง การซ้อมแบบ Full-Scale Exercise คืออะไร? นี่คือการซ้อมที่สมจริงที่สุด สนามบินจะจำลองเหตุการณ์เสมือนเกิดอุบัติเหตุจริง ตัวอย่างเช่น “เครื่องบิน Boeing 777 พร้อมผู้โดยสาร 300 คน ไถลออกนอกทางวิ่งและเกิดเพลิงไหม้” จากนั้นจะมีการระดมกำลังจากทุกหน่วยงานเข้าปฏิบัติการ 🚒 หน่วยดับเพลิงสนามบิน 🚑 หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน …

ถ้ารถดับเพลิงสนามบินเสีย 1 คัน จะทำให้เครื่องบินลงไม่ได้จริงหรือ?

ถ้ารถดับเพลิงสนามบินเสีย 1 คัน จะทำให้เครื่องบินลงไม่ได้จริงหรือ?

คำตอบสั้น ๆ คือ “เป็นไปได้” แต่ไม่ใช่เพราะเครื่องบินไม่สามารถลงจอดได้ด้วยตัวเอง สาเหตุที่แท้จริงคือ สนามบินอาจไม่สามารถรักษาระดับ Fire Fighting Category ตามที่กำหนดไว้ได้ รถดับเพลิงเกี่ยวอะไรกับเครื่องบิน? ก่อนที่สายการบินจะนำเครื่องบินไปปฏิบัติการยังสนามบินใด สนามบินนั้นต้องมี Aircraft Rescue and Fire Fighting (ARFF) Category ที่เพียงพอสำหรับเครื่องบินประเภทนั้น ตัวอย่างเช่น ระดับ Category เหล่านี้ไม่ได้กำหนดเฉพาะจำนวนรถดับเพลิง แต่รวมถึง ✓ ปริมาณน้ำ ✓ ปริมาณโฟมดับเพลิง ✓ จำนวนเจ้าหน้าที่ ✓ ความสามารถในการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน ถ้ารถดับเพลิงเสีย 1 คันจะเกิดอะไรขึ้น? ขึ้นอยู่กับว่ารถคันนั้นมีความสำคัญต่อการรักษา Category มากเพียงใด ยกตัวอย่าง สนามบินแห่งหนึ่งมี Fire Category 9 เพื่อรักษาระดับดังกล่าว สนามบินต้องมีรถดับเพลิงหลายคันที่สามารถบรรทุกน้ำและสารดับเพลิงได้ตามเกณฑ์ขั้นต่ำ หากรถหลักคันหนึ่งเกิดขัดข้อง ปริมาณน้ำหรือสารดับเพลิงรวมอาจลดลงต่ำกว่าข้อกำหนด ผลคือ สนามบินอาจไม่สามารถรักษา Category 9 ได้อีกต่อไป …

ARFF Aircraft Rescue and Fire Fighting

ทำไมสนามบินแต่ละแห่งจึงมีรถดับเพลิงไม่เท่ากัน?

เมื่อเราเห็นรถดับเพลิงสีเหลืองคันใหญ่จอดอยู่ตามสนามบิน หลายคนอาจสงสัยว่าเหตุใดสนามบินบางแห่งจึงมีรถจำนวนมาก ในขณะที่บางแห่งมีเพียงไม่กี่คัน คำตอบคือ ICAO (International Civil Aviation Organization) กำหนดให้สนามบินต้องมีความสามารถด้าน Aircraft Rescue and Fire Fighting (ARFF) หรือการกู้ภัยและดับเพลิงอากาศยาน ตาม “ระดับสนามบิน” (Airport Rescue and Fire Fighting Category) การกำหนด Category ขึ้นอยู่กับอะไร? ICAO ใช้ขนาดของเครื่องบินที่ให้บริการประจำที่สนามบินเป็นเกณฑ์หลัก โดยพิจารณาจาก ยิ่งเครื่องบินมีขนาดใหญ่และบรรทุกผู้โดยสารมาก สนามบินก็ยิ่งต้องมีขีดความสามารถในการกู้ภัยและดับเพลิงสูงขึ้น ตัวอย่าง Airport Category Category 5 Category 7 Category 8 Category 9 Category 10 Category ที่สูงขึ้น หมายถึงอะไร? ไม่ได้หมายถึงเพียงจำนวนรถดับเพลิงที่มากขึ้นเท่านั้น แต่รวมถึง ✓ ปริมาณน้ำและสารดับเพลิงที่ต้องมี ✓ จำนวนเจ้าหน้าที่กู้ภัยและดับเพลิง …