Dynamic Pressure

Dynamic Pressure คืออะไร?

Dynamic Pressure คืออะไร? ลองนึกภาพว่า ทั้งสองกรณีนี้เกิดจาก อากาศมีความเร็วสัมพัทธ์ (Relative Airflow) แรงปะทะนั้นเรียกว่า Dynamic Pressure (q) กล่าวง่าย ๆ ยิ่งอากาศเคลื่อนที่เร็วเท่าไร ก็ยิ่งเกิด Dynamic Pressure มากขึ้น สมการ Dynamic Pressure มีค่าเป็น [q=\frac{1}{2}\rho V^2] โดยที่ สังเกตว่า ความเร็วถูกยกกำลังสอง จึงเป็นเหตุผลว่า ความเร็วเพิ่มเพียงเล็กน้อย Dynamic Pressure จะเพิ่มมาก ตัวอย่าง สมมติ ความเร็ว 100 kt Dynamic Pressure = 1 หน่วย ถ้าเพิ่มเป็น 200 kt จะได้ [\left(\frac{200}{100}\right)^2=4] Dynamic Pressure เพิ่มเป็น 4 เท่า นี่คือเหตุผลที่ Dynamic …

นักบินหญิง จากอดีตสู่อนาคต

ท้องฟ้าไม่เคยเลือกเพศของคนที่จะบิน

เรื่องราวของนักบินหญิง…ที่อาจเปลี่ยนความฝันของใครอีกหลายคน “ครั้งหนึ่ง ผู้หญิงเคยถูกบอกว่า ‘การบินไม่ใช่อาชีพสำหรับผู้หญิง’” ในยุคแรกของการบิน หลายคนเชื่อว่าการควบคุมเครื่องบินเป็นงานที่ต้องอาศัยความแข็งแรง ความกล้าหาญ และการตัดสินใจที่รวดเร็ว ซึ่งล้วนถูกมองว่าเป็นคุณสมบัติของผู้ชาย ผู้หญิงจึงแทบไม่มีโอกาสได้ก้าวเข้าสู่ห้องนักบิน แต่ประวัติศาสตร์พิสูจน์ให้เห็นว่า ความสามารถของมนุษย์ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยเพศ มีผู้หญิงกลุ่มเล็ก ๆ ที่กล้าฝันในวันที่ไม่มีใครเชื่อว่าพวกเธอจะทำได้ พวกเธอเรียนบิน สอบใบอนุญาต และขึ้นบินทั้งที่ต้องเผชิญกับอคติจากสังคม หลายคนต้องทำงานหนักกว่าผู้ชายหลายเท่าเพียงเพื่อพิสูจน์ว่าตนเองมีศักยภาพไม่ต่างกัน จากผู้บุกเบิกเหล่านั้น วันนี้นักบินหญิงสามารถพบได้ในแทบทุกสายการบินทั่วโลก พวกเธอบินเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ ขนส่งผู้โดยสารหลายร้อยชีวิตข้ามทวีป บางคนเป็นครูการบิน บางคนเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานการบิน บางคนเป็นผู้บริหารด้านความปลอดภัยการบิน และอีกหลายคนเป็นกัปตันที่ได้รับความไว้วางใจไม่ต่างจากเพื่อนร่วมงานชาย สิ่งที่น่าสนใจคือ… เมื่อผู้โดยสารนั่งอยู่ในห้องโดยสาร เครื่องบินไม่ได้บินได้ดีขึ้นเพราะนักบินเป็นผู้ชาย และก็ไม่ได้ปลอดภัยน้อยลงเพราะนักบินเป็นผู้หญิง เครื่องบินตอบสนองต่อความรู้ การฝึกฝน และการตัดสินใจของผู้ควบคุม ไม่ใช่เพศของผู้ที่นั่งอยู่หลังคันบังคับ นักบินทุกคนต้องผ่านมาตรฐานเดียวกัน ผ่านการตรวจสุขภาพเดียวกัน เรียนหลักสูตรเดียวกัน ฝึกในเครื่องจำลองการบินเดียวกัน สอบมาตรฐานเดียวกัน และต้องรักษามาตรฐานเดิมตลอดทั้งอาชีพ นั่นคือเหตุผลที่วงการการบินเป็นหนึ่งในอาชีพที่ความสามารถมีความหมายมากกว่าเพศ อย่างไรก็ตาม แม้ในปัจจุบันสัดส่วนนักบินหญิงทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับนักบินชาย ไม่ใช่เพราะพวกเธอทำไม่ได้ แต่เพราะหลายคนยังไม่เคยเชื่อว่าตัวเอง “ทำได้” บางคนไม่กล้าเริ่ม เพราะคิดว่าการบินเป็นอาชีพของผู้ชาย บางคนไม่กล้าฝัน เพราะไม่เคยเห็นแบบอย่าง บางคนล้มเลิกความตั้งใจตั้งแต่ยังไม่ก้าวเข้าสู่โรงเรียนการบิน แต่ทุกครั้งที่มีนักบินหญิงคนหนึ่งสวมเครื่องแบบและเดินขึ้นเครื่องบิน เธอไม่ได้เป็นเพียงนักบินของเที่ยวบินนั้น …

เส้นทางสู่ฝัน การเป็นนักบินพาณิชย์

การเป็นนักบินพาณิชย์ หรือ An Airline Pilot นั้นแต่ละคนมีเส้นทางเดินเพื่อสู่เป้าหมายที่แตกต่างกันไป แต่สำหรับผมไม่เคยนึกไฝ่ฝันอยากเป็นนักบินมาก่อนเลย ตั้งแต่เข้าช่วงเริ่มเป็นวัยรุ่น ก็มุ่งมั่นแต่การทำความเข้าใจเรื่องต่าง ๆ ที่กำลังเรียน พอจบม. 3 ก็สอบชิงทุนพสวท. ก็รับทุนตั้งแต่ม.4 จึงไม่เคยวาดฝันถึงการมีอาชีพเป็นนักบินเลยสักนิด เพราะว่าไม่เคยรับรู้ว่าการเป็นนักบินต้องทำอย่างไรบ้างหรือเป็นนักบินแล้วดีอย่างไร ชมวีดีโอ จากตัวอย่างบางตอนในหนังสือ A Pilot Book Part II ซื้อหนังสือเล่มจริงได้ทาง Shopee A Pilot Book A Pilot Part II Captain Sopon Phikanesuan www.mebmarket.com หนังสือ A Pilot Part II สำหรับผู้สนใจด้านการบินและเกร็ดความรู้สำหรับผู้โดยสารเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง แอดไลน์ https://line.me/R/ti/p/%40a-pilot เ… Get it now ชมคลิปวีดีโอที่นี่ครับ

คนที่กลัวความสูง สามารถเป็นนักบินได้หรือไม่

คนที่กลัวความสูง เป็นนักบินได้ไหม

หลายคนคิดว่า นักบินต้องไม่กลัวความสูง จริง ๆ แล้ว ไม่เสมอไปครับ เพราะนักบินแทบไม่ได้มองลงจากที่สูงแบบคนยืนบนตึก ในห้องนักบิน คุณนั่งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มั่นคง มีโครงสร้างของเครื่องบินล้อมรอบ และโฟกัสกับการควบคุมเครื่องบิน คนจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกไม่สบายใจเมื่อยืนบนที่สูง (Acrophobia) ก็ยังสามารถบินได้ หากอาการไม่รุนแรงและไม่ส่งผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ แต่ถ้ามีอาการกลัวจนตื่นตระหนก ใจสั่น มือสั่น เหงื่อออกท่วมตัว สูญเสียการควบคุม หรือทำให้การตัดสินใจบกพร่อง นั่นย่อมไม่เหมาะกับการเป็นนักบิน

นิสัยที่ไม่เหมาะจะเป็นนักบิน

ลักษณะของคนแบบไหนที่ไม่เหมาะจะเป็นนักบินพาณิชย์

ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่า จากประสบการณ์ที่ผมเคยเป็นกรรมการการสอบสัมภาษณ์เพื่อรับนักบินเข้าทำงานมาหลายบริษัทครับ  ผมเคยรับการอบรมด้านวิธีการคัดเลือกนักบินจากบริษัทการบินไทย ซึ่งเป็นทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Scandinavian Institue of Aviation Psychology ตอนนั้นได้รับมอบหมายให้เข้ารับการอบรมเพื่อเป็นทีมผู้คัดเลือกนักบินเข้าบริษัท การบินไทย ทั้งในแบบ Student Pilots คือ นักบินที่จะได้รับทุนจากการบินไทยให้ไปเรียนที่โรงเรียนการบิน และแบบที่เป็นนักบินมาแล้วเรียกว่า Qualified Pilot ซึ่งมีใบอนุญาตินักบินพาณิชย์ตรีหรือ CPL  การอบรม Pilot Selection Committee และ Interview Preparation for Pilot Committee 2010 เป็นการแนะนำวิธีในการคัดออก พูดไม่ผิดครับ การคัดออก เพื่อ screen คนที่มีแววให้ได้ผ่านเข้าไปในรอบสุดท้ายที่เรียกว่า appitude test สรุปประเด็นหลัก ๆ คือ การดูว่าผู้สมัครลักษณะอย่างไรที่ควรคัดออก ในรอบการสอบสัมภาษณ์กับกัปตันของการบินไทย คนที่ผ่านเกณฑ์ ไม่ถูกคัดออก ก็จะได้ผ่านเข้ารอบถัดไป ข้อมูลทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัว จากประสบการณ์ตรงครับ เชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ และผมไม่มีเจตนากล่าวร้าย กล่าวโทษ หรือให้คุณให้โทษใครทั้งสิ้นครับ แต่จะนำเสนอเพื่อให้เป็นแนวทางให้กับคนที่สนใจที่จะเป็นนักบิน …

จบจากโรงเรียนการบินได้รับ ใบอนุญาต CPL แล้ว ยังต้องเรียนและฝึกอะไรอีกบ้างกว่าจะได้บินเครื่องลำใหญ่

ได้ CPL แล้ว…ยังต้องผ่านอะไรอีกกว่าจะบินเครื่องบินโดยสารลำใหญ่?

ENGLISH version click here หลายคนเข้าใจว่าเมื่อเรียนจบจากโรงเรียนการบินและได้รับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ (Commercial Pilot License: CPL) แล้ว ก็สามารถสมัครสายการบินและขึ้นบินกับเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ได้ทันที ความจริงแล้ว CPL เป็นเพียง “ใบเบิกทาง” เข้าสู่อาชีพนักบินเท่านั้น กว่าจะได้นั่งอยู่ในห้องนักบินของเครื่องบินโดยสารสมัยใหม่ นักบินยังต้องผ่านการฝึกอบรม การสอบ และการสร้างประสบการณ์อีกหลายขั้นตอน 1. สะสมชั่วโมงบิน (Flight Experience) แม้จะได้รับ CPL แล้ว แต่นักบินส่วนใหญ่ยังมีชั่วโมงบินเพียงประมาณ ในขณะที่สายการบินจำนวนมากต้องการนักบินที่มีประสบการณ์มากกว่านั้น ในหลายประเทศ นักบินอาจต้องทำงานเพิ่มเติม เช่น เพื่อสะสมชั่วโมงบินก่อนเข้าสายการบิน ปัจจุบันสายการบินบางแห่งมี Cadet Pilot Program ที่รับนักบินใหม่เข้าฝึกต่อโดยไม่จำเป็นต้องมีชั่วโมงบินสูงมาก แต่ก็ต้องผ่านการคัดเลือกที่เข้มงวด 2. สอบ Instrument Rating (IR) การบินพาณิชย์ส่วนใหญ่ไม่ได้บินโดยอาศัยการมองเห็นภายนอก (Visual Flight Rules: VFR) แต่บินภายใต้กฎ Instrument Flight Rules (IFR) นักบินจึงต้องได้รับ …

Takeoff, the most critical phase of flight

อันตรายในช่วงวิ่งขึ้น

ENG version click here ช่วงเวลาที่ “ไม่มีพื้นที่ให้ผิดพลาด” ในทุกเที่ยวบิน ช่วงที่ถือว่า “critical” มากที่สุดช่วงหนึ่ง คือช่วงวิ่งขึ้น (Takeoff Roll) แม้เครื่องบินสมัยใหม่จะมีความน่าเชื่อถือสูงมาก แต่ในทางการบิน เราไม่เคยถือว่า “ไม่มีทางเกิดปัญหา” เพราะหากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในช่วงความเร็วสูง ทุกอย่างจะเกิดขึ้นเร็วมาก และนักบินมีเวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการตัดสินใจ โดยเฉพาะเมื่อเครื่องบินมีน้ำหนักมาก ใช้ runway เกือบเต็มระยะ หรือสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ความผิดพลาดเล็ก ๆ อาจกลายเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงได้ ปัญหาที่ถือว่า Critical ในช่วงวิ่งขึ้น สิ่งที่นักบินกังวลมากที่สุดระหว่าง takeoff ได้แก่ หลายกรณีเกิดขึ้นในช่วงที่เครื่องบินมี “ความเร็วสูง” ซึ่งเป็นช่วงที่การหยุดเครื่องบินต้องใช้ระยะทางจำนวนมาก ความน่ากลัวของ “High Speed Takeoff” เมื่อเครื่องบินเร่งความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ พลังงานจลน์ (Kinetic Energy) จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล นั่นหมายความว่าเมื่อความเร็วเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยระยะเบรกและพลังงานที่ต้องใช้ในการหยุดจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักหลายสิบหรือหลายร้อยตัน หากเกิดปัญหาใกล้ V1 นักบินจะเหลือ “margin” น้อยมากในการหยุดเครื่องบินให้ทัน runway …

effective communication

ศิลปะการสื่อสารของนักบินพาณิชย์ในการควบคุมสถานการณ์

ENG version click here Effective Communication, The Art of Safety Skill (ไม่เกี่ยวกับดราม่า และผมไม่ได้ไล่อ่านข้อมูลสิ่งที่เกิดขึ้น ขอบอกว่าบทความนี้ต้องการสร้างความตระหนักให้กับคนที่เป็นนักบิน และอนาคตอยากเป็นนักบิน โดยเฉพาะคนที่เป็นนักบินแล้วอนาคตจะเป็นกัปตันควรทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งครับ ขอร้องว่า ไม่เอาไปดราม่านะครับ ผมไม่ชอบกล่าวโทษหรือตำหนิใคร อยากให้บทความเป็นความบริสุทธิ์ใจที่เจตนาเผยแพร่ความรู้ ก่อนที่ผมจะตายจากโลกนี้ไป ผมเชียนบทความนี้ได้อย่างไม่ลังเล เพราะประสบการณ์กว่า 30 ปีในการบินที่ประสบเหตุการณ์มากมายในระหว่างเที่ยวบิน ศิลปะการให้ข้อมูลอย่างเหมาะสม ทำให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีเสมอมา) Effective Communication, The Art of Safety Skill ในโลกของการบินพาณิชย์ หลายคนมักคิดว่าหน้าที่สำคัญที่สุดของนักบินคือ “การบังคับเครื่องบิน” แต่ในความเป็นจริงแล้ว อีกหนึ่งทักษะที่สำคัญไม่แพ้กัน และบางครั้งอาจสำคัญยิ่งกว่าในสถานการณ์วิกฤต คือ “การสื่อสาร” หรือ Effective Communication นักบินอาจควบคุมเครื่องบินได้อย่างยอดเยี่ยม แต่หากไม่สามารถสื่อสารได้อย่างเหมาะสม สถานการณ์ที่ควบคุมได้ อาจกลายเป็นความตื่นตระหนก ความสับสน หรือแม้แต่การสูญเสียความเชื่อมั่นจากผู้โดยสารและทีมงานได้ในเวลาอันรวดเร็ว การสื่อสารของนักบินพาณิชย์จึงไม่ใช่เพียงการ “พูดให้ข้อมูล” แต่เป็นศาสตร์ของการควบคุมสถานการณ์ผ่านถ้อยคำ น้ำเสียง …