SHELL Model

SHELL Model ถือเป็นหัวใจสำคัญของ Human Factors in Aviation

เปลี่ยนมุมมองจาก “ใครทำผิด?” ไปสู่ “อะไรในระบบที่ทำให้คนทำงานยากขึ้นหรือผิดพลาดได้ง่ายขึ้น?”

1. SHELL Model คืออะไร?

SHELL Model เป็นแบบจำลองสำหรับอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง มนุษย์ (Human) กับองค์ประกอบต่าง ๆ ในระบบการบิน

คำว่า SHELL ประกอบด้วย

  • S — Software
  • H — Hardware
  • E — Environment
  • L — Liveware
  • L — Liveware

โดยมี Liveware หรือมนุษย์ อยู่ตรงกลาง

แนวคิดสำคัญคือ:

มนุษย์ไม่ได้ทำงานอยู่เพียงลำพัง แต่ทำงานอยู่ภายในระบบที่ประกอบด้วยคน เครื่องมือ ขั้นตอน และสภาพแวดล้อม

ดังนั้น เมื่อเกิด error เราไม่ควรถามเพียงว่า

“คนนี้ทำอะไรผิด?”

แต่ควรถามต่อว่า

“Interface ระหว่างมนุษย์กับองค์ประกอบอื่นของระบบมีปัญหาหรือไม่?”


2. โครงสร้างของ SHELL Model

สามารถมองภาพง่าย ๆ แบบนี้

                    ENVIRONMENT
                         E
                         │
                         │
             SOFTWARE ─ LIVEWARE ─ HARDWARE
                 S          L          H
                         │
                         │
                    LIVEWARE
                         L

L ตัวแรกตรงกลาง คือคนที่เรากำลังพิจารณา เช่น

  • Pilot
  • ATC controller
  • Dispatcher
  • Maintenance engineer
  • Cabin crew
  • Ground staff

ส่วน L ที่อยู่รอบ ๆ คือ คนอื่นที่มนุษย์คนนี้ต้อง interact ด้วย

นี่เป็นจุดสำคัญมาก เพราะมนุษย์ไม่ได้มี interaction กับ “เครื่องบิน” อย่างเดียว แต่มี interaction กับ มนุษย์คนอื่นด้วย


Thumbnail Seller Link
รอบรู้เรื่องการบิน
Capt.Sopon P.
www.mebmarket.com
หนังสือเล่มเดียวที่ทุกคนในอุตสาหกรรมการบินควรมีติดตัว ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียน นักบิน วิศวกร เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ บุคลากรสายการบิน หรือผู้หลง…
Get it now
ถูกมาก เพียง 1,3xx ชุดมีดทำครัว SMEG เรโทร มีดครัวอิตาลี สเตนเลสครบชุด คม ทน ใช้งานได้ยาวนาน Kitchen Knife Set SMEG Stainless Steel
1,390 บาท แข็งแรง คุ้มค่า เก้าอี้โยกโซฟา เก้าอี้โยกผู้เอนกาย ผู้เอนกายเดี่ยว ใช้นั่งหรือนอนก็ได้ ห้องนั่งเล่นครัวเรือนเก้าอี้โยกพักผ่อน https://s.shopee.co.th/9V0OD0SmRv

3. S — Software

ใน SHELL Model คำว่า Software ไม่ได้หมายถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นหลัก

แต่หมายถึงสิ่งที่เป็น non-physical components ของระบบ

ตัวอย่างเช่น

  • SOP
  • Checklist
  • Regulations
  • Manuals
  • Procedures
  • Policies
  • Flight plan
  • NOTAM
  • Charts
  • Training materials
  • Company instructions
  • Forms
  • Computer interfaces
  • Information systems

พูดง่าย ๆ คือ

Software = กฎ ขั้นตอน ข้อมูล และวิธีการที่บอกมนุษย์ว่า “ต้องทำอะไร และทำอย่างไร”

ตัวอย่าง

นักบินกำลังทำ Before Takeoff Checklist

ถ้า checklist:

  • เรียงลำดับไม่เหมาะสม
  • ใช้ถ้อยคำกำกวม
  • ตัวหนังสืออ่านยาก
  • มีรายการที่ไม่จำเป็นจำนวนมาก
  • มีความแตกต่างระหว่าง checklist กับ SOP

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่นักบินเพียงอย่างเดียว

แต่อาจเป็น L–S interface problem

คือ

Liveware ↔ Software


4. H — Hardware

Hardware หมายถึง physical components ของระบบ

ใน aviation มีจำนวนมหาศาล เช่น

  • Aircraft
  • Flight deck
  • Flight controls
  • Displays
  • Switches
  • Instruments
  • EFB
  • Radio
  • FMC
  • Autopilot
  • Warning systems
  • Seats
  • Controls
  • Tools
  • Ground equipment

สิ่งที่ Human Factors สนใจไม่ใช่เพียงว่า

“Hardware ทำงานได้หรือไม่?”

แต่ถามว่า

“Hardware ถูกออกแบบให้มนุษย์ใช้งานได้ดีหรือไม่?”

นี่คือเรื่องของ Human–Machine Interface

ตัวอย่างเช่น

ปุ่มสองปุ่มมีรูปร่างเหมือนกัน อยู่ใกล้กันมาก และมี labeling ที่คล้ายกัน

ระบบอาจ technically serviceable 100%

แต่ interface อาจไม่เหมาะกับมนุษย์

จึงเพิ่มโอกาสของ error

นี่คือ

L–H interface


5. E — Environment

Environment คือสภาพแวดล้อมที่มนุษย์ต้องปฏิบัติงาน

มีทั้ง physical และ organizational environment

Physical environment

เช่น

  • Noise
  • Temperature
  • Vibration
  • Lighting
  • Humidity
  • Weather
  • Air quality
  • Workspace
  • Cockpit ergonomics

ตัวอย่างเช่น

ห้อง cockpit มีเสียงรบกวนสูงมากในช่วง takeoff

สิ่งนี้อาจทำให้

  • communication ยากขึ้น
  • concentration ลดลง
  • fatigue เพิ่มขึ้น
  • communication error เพิ่มขึ้น

Operational environment

เช่น

  • Time pressure
  • Workload
  • Night operation
  • Traffic congestion
  • Irregular operation
  • Disruptions
  • Organizational pressure

ดังนั้น E จึงไม่ได้หมายถึงแค่ “อากาศร้อนหรือหนาว”

แต่หมายถึง บริบททั้งหมดที่มนุษย์ต้องทำงานอยู่ภายใน


6. L — Liveware

นี่คือองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด

Liveware = Human

เช่น

  • Pilot
  • ATC
  • Engineer
  • Dispatcher
  • Cabin crew
  • Manager
  • Instructor
  • Ground personnel

Human มีข้อจำกัดตามธรรมชาติ เช่น

  • Attention
  • Memory
  • Perception
  • Decision-making
  • Reaction time
  • Fatigue
  • Stress
  • Workload
  • Experience
  • Training
  • Situational awareness

และที่สำคัญคือ

มนุษย์สามารถทำ error ได้ แม้จะเป็นคนที่มีความสามารถสูงและมีประสบการณ์มาก

นี่เป็นพื้นฐานสำคัญของ Human Factors


7. L–L Interface

ส่วนนี้มักถูกมองข้าม แต่สำคัญมากใน aviation

คือ

Human ↔ Human

ตัวอย่างเช่น

Captain ↔ First Officer

  • Communication
  • Leadership
  • Authority gradient
  • Decision-making
  • Crew coordination

Pilot ↔ ATC

  • Phraseology
  • Communication
  • Readback
  • Expectation
  • Misunderstanding

Pilot ↔ Dispatcher

  • Flight planning
  • Weather information
  • Operational decision
  • Fuel planning

Pilot ↔ Maintenance

  • Technical information
  • Defect reporting
  • Handover
  • Technical logbook

Instructor ↔ Student

  • Feedback
  • Training culture
  • Communication
  • Psychological safety

ดังนั้น accident หรือ incident บางอย่างที่ดูเหมือนเป็น pilot error อาจมีรากมาจาก L–L interface


SHELL model
SHELL model

8. จุดสำคัญที่สุดของ SHELL Model: Interfaces

จริง ๆ แล้ว SHELL Model ไม่ได้ต้องการให้เราจำตัวอักษร S-H-E-L-L อย่างเดียว

สิ่งสำคัญคือ interface

เราสามารถพิจารณาได้ว่า:

Interfaceคำถาม
L–SProcedure เหมาะกับมนุษย์หรือไม่?
L–HEquipment ออกแบบให้มนุษย์ใช้งานได้หรือไม่?
L–EEnvironment สนับสนุนหรือขัดขวางการทำงานหรือไม่?
L–Lคนกับคนสื่อสารและประสานงานกันอย่างไร?

และนี่คือจุดที่ SHELL Model มีคุณค่ามากในการ incident investigation


9. ทำไม SHELL Model จึงไม่ควรใช้เพื่อ “หาคนผิด”

สมมติว่าเครื่องบินเกือบ takeoff โดยที่ aircraft configuration ไม่ถูกต้อง

การมองแบบง่ายอาจสรุปว่า

“Pilot failed to complete the checklist.”

แต่ Human Factors จะถามต่อว่า:

L–S

Checklist มีปัญหาหรือไม่?

L–H

Warning system ทำงานหรือออกแบบเหมาะสมหรือไม่?

L–E

เกิดขึ้นในช่วง workload สูงหรือไม่?

L–L

Crew communication เป็นอย่างไร?

แล้วถามกลับมาที่ตัวมนุษย์:

L

Pilot มี fatigue หรือ workload สูงหรือไม่?

ดังนั้น SHELL ทำให้เรามองเหตุการณ์เป็น system interaction แทนที่จะมองเป็น individual failure


อีบุ๊ค ระบบบริหารความปลอดภัยการบิน
อีบุ๊ค ระบบบริหารความปลอดภัยการบิน
Set หนังสือ สำเร็จนอกกรอบ + ช่างแม่งเถอะ (FreeMindBook)
Eucerin Spotless Brightening Thiamidol Boosting Essence 100ml น้ำตบผิวใส ลดจุดด่างดำ ผิวชุ่มชื้น เรียบเนียน ของแท้

10. SHELL กับ Error

สิ่งที่น่าสนใจมากคือ Human Error ไม่ได้เกิดจากมนุษย์อย่างโดดเดี่ยว

ลองจินตนาการว่า:

Pilot

↓

ต้องอ่าน

Checklist

↓

บน

EFB

↓

ใน

Cockpit

↓

ระหว่าง

High workload

↓

ขณะที่ต้อง

Coordinate with First Officer

จะเห็นว่า error หนึ่งครั้งอาจเกิดจาก interaction หลาย interface พร้อมกัน

ดังนั้นคำถามที่ดีจึงไม่ใช่

“ทำไม pilot ไม่เห็น?”

แต่คือ

“อะไรทำให้การมองเห็น การรับรู้ และการตัดสินใจของ pilot ในสถานการณ์นั้นยากขึ้น?”

นี่คือหัวใจของ Human Factors


11. SHELL กับ Swiss Cheese Model ต่างกันอย่างไร?

สองโมเดลนี้ใช้ร่วมกันได้ดีมาก แต่มีหน้าที่ต่างกัน

SHELL

ตอบคำถามว่า

“มนุษย์ interaction กับอะไร?”

และ

“Interface ไหนมีปัญหา?”

ส่วน Swiss Cheese Model ตอบคำถามว่า

“ความล้มเหลวหลายชั้นสามารถ align กันจนเกิด accident ได้อย่างไร?”

ดังนั้นใน accident investigation เราสามารถใช้ทั้งสองโมเดลร่วมกันได้

เช่น

SHELL → หา interface ที่มีปัญหา

แล้ว

Swiss Cheese → ดูว่า weakness เหล่านั้น align กันอย่างไร


12. SHELL กับ Just Culture

SHELL ยังช่วยสนับสนุนแนวคิด Just Culture ได้ด้วย

เพราะถ้าเรามองว่า

Human error เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ในระบบ

เราจะไม่รีบลงโทษคนทันที

แต่จะถามว่า

“ระบบมีเงื่อนไขอะไรที่ทำให้ error นี้เกิดขึ้นได้?”

อย่างไรก็ตาม นี่ ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องรับผิดชอบ

Human Factors ไม่ได้บอกว่า

“มนุษย์ไม่ผิด”

แต่บอกว่า

“ถ้าต้องการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เกิดซ้ำ เราต้องเข้าใจว่าทำไมมนุษย์จึงทำสิ่งนั้นในบริบทนั้น”

นี่เป็นความแตกต่างที่สำคัญมาก


13. ตัวอย่างง่าย ๆ ในงานการบิน

สมมติ First Officer อ่าน altitude clearance ผิด

เราสามารถวิเคราะห์ด้วย SHELL:

L–L

Captain ไม่ challenge

L–S

Phraseology / procedure ไม่ชัดเจน

L–H

Altitude display มี presentation ที่ทำให้เกิด confusion

L–E

High workload + frequency congestion

L

First Officer fatigue

แทนที่จะสรุปว่า

“FO made an altitude deviation.”

เราจะได้ภาพที่สมบูรณ์กว่า:

“An altitude deviation occurred through an interaction of human performance limitations and weaknesses across multiple system interfaces.”

นี่คือวิธีคิดแบบ Human Factors


14. SHELL ไม่ได้บอกว่า “มนุษย์คือจุดอ่อน”

นี่เชื่อมกับแนวคิดหนังสือของคุณโดยตรงเลยครับ

คำว่า Human Factors มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการศึกษา “ความผิดพลาดของมนุษย์”

แต่จริง ๆ แล้วมนุษย์มีทั้ง

Weaknesses

และ

Strengths

มนุษย์มีข้อจำกัดเรื่อง

  • memory
  • attention
  • fatigue
  • perception

แต่ในขณะเดียวกันมนุษย์ก็มีความสามารถในการ

  • adapt
  • improvise
  • recognize abnormal situations
  • communicate
  • make judgments
  • recover from errors
  • anticipate threats
  • learn
  • cooperate

ดังนั้นมนุษย์อาจเป็นทั้ง

Source of Error

และ

Source of Safety

นี่เป็นประเด็นที่ผมคิดว่าน่าสนใจมากสำหรับหนังสือของคุณ


15. วิธีจำ SHELL แบบง่ายที่สุด

ผมแนะนำให้จำเป็นประโยคเดียว:

“คนทำงานกับอะไร และอะไรทำให้คนทำงานยากขึ้น?”

แล้วแยกเป็น 4 คำถาม:

S — Software

Procedure บอกให้ทำอะไร?

H — Hardware

เครื่องมือให้เราทำงานอย่างไร?

E — Environment

สภาพแวดล้อมส่งผลอย่างไร?

L — Liveware

คนเกี่ยวข้องและทำงานร่วมกันอย่างไร?

โดยมี Human อยู่ตรงกลางเสมอ

ENGLISH version Dark Side of Aviation
ENGLISH version “Dark Side of Aviation”
เวอร์ชั่นภาษาไทย

ลองดู 20000 Hours หนังสือบันทึกการบินเล่มล่าสุดในซีรีส์ของ A Pilot Book ในราคา ฿350 ที่ Shopee https://s.shopee.co.th/1gHRxatgb2
ลองดู 20000 Hours หนังสือบันทึกการบินเล่มล่าสุดในซีรีส์ของ A Pilot Book ในราคา ฿350 ที่ Shopee https://s.shopee.co.th/1gHRxatgb2
ซื้อ 1 แจก 1】เก้าอี้สนามพับได้ พนักพิงสูง รับน้ำหนัก300kg เก้าอี้แคมป์ปิ้งแบบพกพา แถมถุงเก็บ ใช้ในบ้านได้
ลองดู MODOFO Pocket Camera Vlog Camera 4K WiFi Action Camera AI Face Tracking ซูม18เท่า หมุนได้ 330° กล้อง 75MP Zoom Vlog บันทึกวิดีโอ ในราคา ฿3,199 – ฿3,999 ที่ Shopee https://s.shopee.co.th/AKZVzdNifN
ลองดู MODOFO Pocket Camera Vlog Camera 4K WiFi Action Camera AI Face Tracking ซูม18เท่า หมุนได้ 330° กล้อง 75MP Zoom Vlog บันทึกวิดีโอ ในราคา ฿3,199 – ฿3,999 ที่ Shopee https://s.shopee.co.th/AKZVzdNifN
Thumbnail Seller Link
กว่าจะเป็นสายการบิน Becoming an Airline
Captain Sopon P.
www.mebmarket.com
“เข้าใจระบบ เข้าใจการทำงาน และรู้ลึกเรื่องการขอใบอนุญาตการบิน” การสร้างสายการบินไม่ใช่แค่การซื้อเครื่องบินและเปิดขายตั๋ว แต่คือกระบวนการอัน…
Get it now
https://s.shopee.co.th/2VqYyXH6UZ
ลองดู พร้อมส่ง Mountainhiker กระติกมีล้อและหูลาก 38ลิตร ถังน้ำแข็งแคมป์ปิ้ง เก็บความเย็นได้48-72ชม รักษาความสด ในราคา ฿1,487 – ฿2,687 ที่ Shopee https://s.shopee.co.th/4Aysep3TnO